|
ช่วงนี้มีคำถามจากคนรอบข้างและท่านผู้อ่านมากมายว่า ทำไมระยะนี้ตัวรุมๆ เหมือนจะเป็นไข้แต่ไม่มีไข้ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อไปหมด แต่ไม่มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหลเหมือนอาการหวัดทั่วไป ฤดูฝนเป็นการโคจรหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามกฎเกณฑ์แห่งฤดูกาล มาจากการผันแปรของสภาวะอากาศ การเพิ่มลดของยินหยางชี่ในธรรมชาติ
เพื่อผ่องถ่ายสิ่งมีชีวิตที่เกิดแก่เจ็บตายตามวัฏจักรของจักรวาล หากธรรมชาติยังคงความสมดุลอย่างที่ควรเป็น ฤดูกาลก็จะผันเปลี่ยนหมุนเวียนตามปรกติไปเช่นนี้ ภัยธรรมชาติก็ไม่เกิดขึ้นหรือนานๆจะเกิดขึ้นสักครั้ง ไม่นำความทุกข์ทรมานมาสู่มนุษย์เรามากมายนัก ความร้อนในฤดูร้อนเผาผลาญความชื้นในผืนดินระเหยสู่ท้องฟ้าในอากาศจึงมีความชื้นมาก เมื่อฤดูฝนก็เริ่มขึ้น น้ำฝนช่วยให้ผืนดินชุ่มฉ่ำ แม่น้ำมีน้ำได้กักเก็บไว้ใช้ในฤดูกาลที่ไม่มีฝน ไหลหลากเอาซากต่างๆลงสู่แม่น้ำไปเป็นปุ๋ยให้แก่ท้องไร่ท้องนาเป็นอย่างดี จึงเป็นฤดูกาลของการเพาะปลูกพืชภัณฑ์ธัญญาหาร เพื่อเลี้ยงชีวิตผู้คนบนพื้นโลก เราจึงไม่ควรกล่าวโทษเวลามีฝนตกแล้วทำให้เราไม่สะดวกในการเดินทาง เขาเป็นของเขาเช่นนี้ ร่างกายเราเองต้องปรับตัวให้เข้ากับอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกฤดูกาล ฤดูนี้อากาศจะร้อนอบอ้าว ร้อนจัด ขณะเดียวกันก็มีฝนตกชุก มีเมฆหมอกมืดครึ้ม แดดน้อย ความกดอากาศต่ำ ความชื้นในอากาศสูง กลายเป็นพิษความร้อนชื้น ที่สามารถรุกล้ำเข้าไปในร่างกายของผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ มีความต้านทานต่ำ หรือจากผู้ที่ทำงานอย่างเคร่งเครียดขาดการพักผ่อน ผู้ที่อยู่ในห้องแอร์ที่เย็นเฉียบตลอดเวลา รูขนไม่มีโอกาสเปิดเพื่อขับเหงื่อออกเพื่อระบายความร้อนและความชื้นออกบ้างเลย และผู้ที่พออากาศร้อนก็ดื่มน้ำแข็งทานของเย็นๆ หรือเหงื่อออกมากยังไม่ทันแห้งก็อาบน้ำ หรือตากฝน ย่ำน้ำขัง อยู่กับความชื้นตลอด พิษความร้อนชื้นเหล่านี้จะรุกเข้าสู่ผิวภายนอกเป็นอันดับแรก ที่แผนจีนเรียกว่ารุกชี่ส่วนบน (ซ่างเจียว) ซึ่งก็คือปอดโดนก่อนเพื่อน จึงทำให้รู้สึกตัวร้อนรุมเหมือนจะเป็นไข้ กลัวหนาวบ้างเล็กน้อย ปวดหนักศีรษะเหมือนถูกบีบรัด ปวดเมื่อยหนักเนื้อหนักตัว แน่นหน้าอก เป็นเพราะผิวหนังถูกพิษเหล่านี้อุดกั้น ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้น ถ้าไม่ได้รักษาหรือรักษาไม่ตรงจุดความร้อนชื้นนี้ก็จะคืบคลานเข้าสู่ชี่ส่วนกลางที่แผนจีนเรียกว่า(จงเจียว) ลึกเข้าไปภายในอีก นั่นก็คือเข้าสู่กระเพาะและม้าม 
ม้ามเป็นอวัยวะที่กลัวความชื้นมาก เมื่อเจอความชื้นจากภายนอกการลำเลียงของม้ามและกระเพาะติดขัด จนเกิดอาการจุกแน่นท้อง และความร้อนชื้นเหล่านี้ก็จะอ้อยอิ่งไม่ยอมออกไปง่ายๆ จนไปอุดกั้นเส้นลมปราณ ทำให้เส้นลมปราณติดขัดจึงมีอาการปวดตามกล้ามเนื้อ ตามข้อและกระดูก ถ้าเป็นนานจะกระทบไปถึงชี่ที่มีมาแต่กำเนิด ก็คือเข้าสู่ชี่ส่วนล่าง(เซี่ยเจียว) แล้วก็จะลามกระทบไปอีกหลายส่วน อาการสับสนอื่นๆก็จะตามมา รวมทั้งปัสสาวะและอุจจาระผิดปรกติไปด้วย อาการเหล่านี้เรียกว่าโรคร้อนชนิดร้อนชื้น เป็นได้ทุกฤดูกาล แต่มักพบบ่อยในฤดูปลายร้อนต้นฝน ที่มีอากาศร้อนอบอ้าวและฝนตกชุก การที่จะไม่ให้ถูกฝนนั้นคงจะหลีกเลี่ยงยาก
แต่สิ่งที่เราต้องทำก็คือไม่ควรทานน้ำแข็ง ไอศกรีมหรือน้ำเย็นมากโดยเฉพาะในขณะที่ฝนตกหนักความชื้นสูง หรือแม้ตอนที่อากาศกำลังร้อนๆเหงื่อออกมากๆหรือหลังออกกำลังกายใหม่ๆ เพราะตอนร้อนๆ เส้นเลือดกำลังขยายตัว พอเราทานของเย็นเส้นเลือดจะหดตัวทันที จะทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจหรือสมองไม่พอ หรือรูขนหดเล็กลงทำให้เป็นหวัดได้ เมื่อเนื้อตัวเปียกฝนควรเปลี่ยนเสื้อผ้า เช็ดผมและเนื้อตัวให้แห้ง ป้องกันความชื้นเข้าสู่เส้นลมปราณ จะได้ไม่ปวดไขข้อ เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ แต่ไม่ห้ามเป่าผมด้วยพัดลมหรือแอร์ หลังสระผมถ้าจะเข้าห้องแอร์ก็ควรใช้ผ้าคลุมผมให้ศีรษะอุ่น เมื่อย่ำน้ำท่วมมาก็ควรล้างด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้ง ไม่ควรเดินเท้าเหล่าในพื้นซีเมน หรือแช่เท้าในน้ำเป็นเวลานาน 
เมื่อเปียกฝนหรือโดนความเย็นมา ลองนำขิงแก่สัก 1 แง่งทุบพอแตกต้มให้เดือดสัก 5 นาทีแล้วเติมน้ำตาลแดงพอให้ทานอร่อย ต้มอีกสักพัก ดื่มร้อนๆ แล้วห่มผ้าให้เหงื่อออก รูขนเปิดก็จะไล่ความร้อนชื้นหรือเย็นชื้นออกไปได้ ก็จะไม่เป็นหวัดและหายปวดเนื้อปวดตัว หรือไปซื้อกิ่งหม่อนที่ร้านยาจีนมาสัก 5 กรัมต้มพร้อมกับลูกเดือยประมาณ 1 ขีดล้างให้สะอาดจนเปื่อยแล้วทานแต่ลูกเดือย ลูกเดือยช่วยขับชื้นได้ค่อนข้างดี
เครื่องต้มประเภทข่า ตะไคร้หอมกระเทียมของบ้านเรานี่แหละช่วยได้มากเลย ลองต้มยำร้อนๆซดจนเหงื่อแตกพลั่กๆดูสิ จะรู้สึกสบายเนื้อตัวขึ้นมากเลยหละ อาหารประเภทที่ต้องใส่หอมแดงหรือหอมใหญ่จะช่วยบำรุงปอดได้ดี ควรออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อเสริมความแข็งแรง จะได้ไม่เป็นหวัดง่ายเมื่อถูกฝน หลังออกกำลังกายไม่ควรอาบน้ำทันที ต้องรอให้เหงื่อแห้งก่อน เป็นต้น
|